“นกกระแต”เคยถูกแนะนำให้รู้จักกันไปบ้างแล้วในคอลัมน์นี้ นกกระแตเป็นนกขายาวๆที่มักพบหากินใกล้แหล่งน้ำ ที่มาของชื่อก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันกับกระแต (Treeshrews) ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมลักษณะคล้ายกระรอก แต่มาจากเสียงร้อง “กระ-แต-แต่-แว้ด” ของนกกระแตแต้แว้ด (Red-wattled Lapwing) สัปดาห์นี้มาพบกับ“นกกระแตผี”ซึ่งหน้าตาเหมือนนกกระแต แต่มีดวงตาสีเหลืองกลมโตชวนขนลุก
ตาที่ใหญ่โตของนกกระแตผีช่วยให้พวกมันมองเห็นในยามค่ำคืน
อันช่วงเวลาหากินหลักของมัน ชื่อ Stone-curlews
นั้นก็มาจากเสียงร้องที่ฟังดูคล้ายเสียงนกอีก๋อย (Curlews) แต่บางทีก็เรียก
Thick-knees ตามลักษณะข้อขาที่อวบหนาแข็งแรง
ซึ่งทำให้พวกมันสามารถพักผ่อนโดยการทรงตัวบนข้อในขณะที่เหยียดขาไปข้างหน้าได้
นกกระแตผีในประเทศไทยทุกชนิดล้วนมีดีกรีความหายากติดตัว
แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าหากจะดูนกกระแตผีในที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก
ก็ต้องดูกันช่วงกลางปีที่จังหวัดเพชรบุรี ยามที่นกชายเลนมีให้ดูน้อยตัว
ก็มีนกกระแตผีเล็ก (Indian Thick-knee) และนกกระแตผีใหญ่
(Great Thick-knee) โชว์ตัวแทน
|
วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
นกกระแต
วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
นกอ้ญชัน
นกอัญชัน (อังกฤษ:browed Crake)ชื่อวิทยาศาสตร์: Porzana cinerea) จัดอยู่ในวงศ์นกอัญชัน (Rallidae) เป็นนกอัญชันขนาดเล็ก นกชนิดนี้หากินตาม ทะเลสาบ บึง หนอง พรุ นากุ้ง นาข้าว ห้วย คลอง หรือ พื้นที่ที่ชุ่มน้ำต่างๆที่มีพืชลอยน้ำปกคลุมหนาแน่นในพื้นที่ราบ อาหารของนกชนิดนี้ได้แก่เมล็ดของพืชน้ำ แมลง ไข่แมลง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเล็ก ๆ ที่หาพบได้ตามกอพืชรก ๆ หรือบริเวณชายน้ำในแหล่งน้ำที่อาศัย โดยนกจะเดินจิกกินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับกระดกหางขึ้น ๆ ลง ๆ
ลักษณะ
มีความยาวจากปลายปากจรดปลายหางประมาณ 19-21.5 เซนติเมตร มีตาสีแดง มีแถบสีดำลากผ่านคิ้วสีขาว ได้ตามีแถบสีขาวปากสีเหลืองอมเขียว โคนปากมีแต้มสีแดง หัวและอกสีเทา ท้องสีขาว ลำตัวต้านบนสีน้ำตาล มีจุดเด่นอยู่ที่แถบสีขาวคล้ายคิ้วและแถบสีขาวที่มุมปากถึงข้างแก้มตัดกับหน้าสีเทาและแถบตาสีดำ คอและท้องสีเทาปนขาว ท้องด้านล่างไปจนถึงก้นสีน้ำตาลแกมเหลือง ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเหลือง มีลายเกล็ดสีน้ำตาลดำขาและเท้าเหลืองแกมเขียว และโคนหางสีน้ำตาลแดงขาสีเขียวนกทั้งสองเพศคล้ายคลึงกัน
นกอัญชันหางดำ
นกอัญชันคิ้วขาว
นกอัญชันอกเทา
วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2557
นกหงส์หยก
นกเลิฟเบร์ด
นกเลิฟเบิร์ด (อังกฤษ: Lovebird) เป็นสกุลของนกปากขอ
หรือนกแก้วขนาดเล็กสกุลหนึ่ง ใช้ชื่อสกุลว่า Agapornis (มาจากภาษากรีกคำว่า αγάπη หมายถึง
"รัก" และคำว่า όρνις หมายถึง "นก")
นกเลิฟเบิร์ดเป็นนกปากขอขนาดเล็ก
ที่มีสีสันสดใส
มีความยาวเต็มที่ประมาณ 5-6 นิ้ว
โดยมีถิ่นกำเนิดในทวีปอัฟริกาฝั่งตะวันออก และเกาะมาดากัสการ์ซึ่งเป็นแถบที่อบอุ่นถึงค่อนข้างร้อน
มีอายุขัยประมาณ 10-15 ปี นกเลิฟเบิร์ดมีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูง เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์และเลือกคู่ได้แล้วจะอยู่กับคู่ของตัวเองไปตราบจนตาย
อันเป็นที่มาของชื่อสามัญ
นกเลิฟเบิร์ดก็เหมือนกับนกในอันดับนี้ส่วนใหญ่
ที่นิยมเลี้ยงกันเป็นสัตว์เลี้ยง ประวัติของการเลี้ยงนกเลิฟเบิร์ด
ในสมัยแรกเริ่มคือช่วงปี ค.ศ. 1840 นกเลิฟเบิร์ดถูกเรียกว่า "Little parrot" (นกแก้วเล็ก) ตามประวัติกล่าวว่าชาวแอฟริกันเป็นผู้นำเข้าไปแพร่หลายในทวีปยุโรป
และด้วยเอกลักษณ์ของนกสกุลนี้ก็คือ ชอบอยู่เป็นคู่ และจะดูแลกันและกันเป็นอย่างดี
จึงได้รับการเรียกขานว่านกเลิฟเบิร์ดในที่สุดวันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557
นกยูง
นกยูงใช้ชื่อสกุลว่า Pavo ชอบอาศัยอยู่ในป่าดิบแล้งและป่าผลัดใบผสมตามริมลำธารในป่า มีพฤติกรรมมักร้องตอนเช้าหรือพลบค่ำ กินอาหารจำพวกเมล็ดพืช แมลง และสัตว์เล็ก ๆ มีการกระจายพันธุ์อยู่ทางเหนือของประเทศอินเดียไปทางทิศตะวันออกผ่านพม่า, ตอนใต้ของประเทศจีน, ไทย, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซียและชวา
นกยูงแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด
คือ
- นกยูงอินเดีย (Pavo cristatus) มีหงอนบนหัวแผ่เป็นพัด มีหนังข้างแก้มเป็นสีขาว ขนส่วนคอและอกด้านบนเป็นสีน้ำเงิน พบกระจายพันธุ์ในอินเดีย
- นกยูงไทย (Pavo muticus) มีหงอนบนหัวตั้งตรงเป็นกระจุก หนังข้างแก้มเป็นสีฟ้าและสีเหลือง ขนส่วนคอ หลัง ตลอดไปถึงปลายหางเป็นสีเขียว พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่ภาคตะวันออกชองอินเดียติดกับพม่า ภูมิภาคอินโดจีน และชวา
นกขุนทอง


นกขุนทอง หรือ นกเอี้ยงคำ (คำเมือง)
(อังกฤษ:
Common hill myna,
Hill myna; ชื่อวิทยาศาสตร์:
Gracula religiosa) เป็นนกในวงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง (Sturnidae)
มีถิ่นอาศัยอยู่ทั่วไปในเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์
มีความสามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้เหมือนนกแก้ว
จึงนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงกันสูง
ลักษณะทั่วไป
นกขุนทองมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 29 เซนติเมตร ลำตัวป้อมสีดำ
หางสั้น ปีกแหลมยาว เท้าแข็งแรง มีเหนียง คือ แผ่นหนังสีเหลืองอมส้มคลุมทั่วท้ายทอยและเหนียงสีเหลืองแดงสดใต้ตา
ขนสีดำเหลือบเขียว มีเงาสีม่วงบริเวนหัวและคอ มีสีขาวแซมใต้ปีก ปากสีแดงส้ม
ขาสีเหลืองสด ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน
การกระจายพันธุ์และถิ่นอาศัยถิ่นแพร่พันธุ์หลักของนกขุนทองพบได้ในบริเวณโคนเทือกเขาหิมาลัย ใกล้เขตแดนอินเดีย, เนปาล และภูฏาน แต่พบได้ในศรีลังกา, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, สุมาตรา, อินโดนีเซีย และบอร์เนียว และถูกนำเข้าไปสหรัฐอเมริกาด้วย
นกขุนทองชอบอาศัยอยู่ในป่าที่มีความชื้น ที่ระดับความสูง 0-2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในประเทศไทยจะพบทุกภาคยกเว้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ในประเทศไทยพบ 2 ชนิดย่อย คือ G. r. intermedia ที่พบในพื้นที่ภาคเหนือ และ G. r. religiosa ที่ตัวใหญ่กว่าชนิดแรก พบในพื้นที่ภาคใต้ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "นกขุนทองควาย"
นกโนรี
นกโนรี..สีสดสวย รักโดดเดี่ยวแต่ไม่ห่างคู่
การระบาดของ ไข้หวัดนก ทำให้มีการทำลายสัตว์ปีกและป่วยตายเป็นจำนวนนับล้าน ๆ ตัว เมื่อสถานการณ์ เริ่มสร่างซาโรคร้ายลดท่าล่าถอยทิ้งช่วง ทิศทางของตลาด สัตว์ปีก รวมทั้งกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงจึงกล้าหาญชาญชัยขึ้นมาอีก....เพื่อเรียกความคึกคักคืนกลับมา...
ชีวิตใหม่....ของนกสวยงามหลากชนิด กลับมาโก่งคอขันและ ขยับปีก กันอีกครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ราคาซื้อขายจะนำโด่ง จนแทบไม่น่าเชื่อว่าบางประเภทจะแพงถึงขนาดตีคู่กับทองคำ อย่างเช่นนกโนรี เพียงแค่ลูกมันก็เคาะตัวเลขกันไปถึงคู่ละ 6,500-7,000 บาท
นกโนรี พจนานุกรมให้นิยามว่า คือนกปากขอในวงศ์ Loriidae คล้ายนกแก้ว ตัวมีสีสันสวยงาม ฝรั่งเรียก โลรี่ (Lory) คนไทยเพี้ยนเป็น โนรี
ลักษณะทั่วไปที่ทำให้ นกโนรี มีความเด่น คือ ขน ส่วนใหญ่ เป็นสีแดง โดยเฉพาะ นกโนรีแดงชาด (Chattering or Scarlet Lory; Lorius garrulus) ซึ่ง จะแดงไปหมด แทบทั้งตัว ยกเว้นปีกปลายหาง ที่มีสีเขียวเข้มแซมสลับดำ ส่วนบริเวณ หลัง และ โคนปีก มีสีเหลืองแซม ปาก กับ ม่านตา สีส้ม ขา และนิ้วเท้า สีเทาออกดำ ความยาวจากปลายปากถึงปลายหางประมาณ 30 ซม.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










-tile.jpg)


.jpg)

.jpg)





